อุปโภคบริโภค ขุมทรัพย์ที่ไม่มีวันหมด

ในปัจจุบันตลาดอุปโภคบริโภคเป็นตลาดที่มีประสิทธิภาพสูง ที่มีมูลค่าภายในประเทศถึง 3

ล้านล้านบาท ต่อปี จึงมีกลุ่มนักธุรกิจต่างชาติเข้ามาถือหุ้นส่วนในธุรกิจประเภทนี้ในประเทศไทยเป็นจำนวนมาก และได้พัฒนาเปลี่ยนแปลงระบบการค้าส่งค้าปลีกครบวงจรให้ดีมากยิ่งขึ้น จนทำให้พฤติกรรมการจับจ่ายสินค้าของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงตามและมีผลกระทบโดยตรงต่อผู้ประกอบการรายย่อยของประเทศไทย อย่างร้านเช่น ร้านขายของชำมากมายที่ต้องปิดตัวลง เพราะผู้บริโภคย่อมต้องการเข้าร้านค้าที่มีสินค้าให้เลือกมากมาย และสามารถเลือกซื้อและดูราคาเองได้ ที่สำคัญมีการบริการและจัดร้านให้ดูดี เย็นสบายเมื่อเข้าไปใช้บริการ หุ้นส่วนใหญ่ของธุรกิจที่มีการจัดการที่ดีเหล่านี้ หลังจากวิกฤติเศรษฐกิจปี 2540 ล้วนแล้วแต่เป็นชาวต่างชาติทั้งสิ้น ทำให้ประเทศไทยเกิดภาวะขาดดุลการค้ามหาศาลในแต่ละปี


ทางด้านผู้ประกอบการผลิตสินค้า เมื่อต้องการนำสินค้าไปวางจำหน่ายในห้างร้านที่กล่าวไว้ข้างต้น จะมีการส่งผ่านระบบการจัดจำหน่าย ที่มากมายหลายขั้นตอน จึงทำให้ต้นทุนในการจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น ราคาสินค้าที่ผู้บริโภคต้องจ่ายก็เพิ่มขึ้นตาม ดังทิศทางการส่งผ่านสินค้าจากโรงงานผู้ผลิตสินค้า ส่งผ่านมาทางดิสทริบิวเตอร์หรือ ผู้จัดส่ง จำหน่ายส่ง มาจนถึงผู้จำหน่ายปลีกทั้งประเทศ ค่าใช่จ่ายในการดำเนินการ บวกค่าโฆษณาประชาสัมพันธ์ คิดเป็นร้อยละ 45 ขึ้นไปทั้งสิ้น ตรงนี้เรียกกันว่า ส่วนแบ่งทางการตลาดที่จะต้องเสียไปในช่องทางการจัดจำหน่าย แต่ผู้บริโภคก็ยังคงต้องรับภาระในการจ่าย 100% เต็มของราคาสินค้าทุกชนิด ทุกประเภท ที่จำเป็นต้องจับจ่ายกันทุกวัน ทุกเดือน ทุกปี


เมื่อระบบการจัดจำหน่ายมีส่วนแบ่งทางการตลาดสูงถึง กว่าร้อยละ 45 ธุรกิจค้าส่งค้าปลีกจึงเป็นธุรกิจที่น่าสนใจอย่างมาก แต่ด้วยปัจจัยที่สำคัญในการจัดตั้ง คือ เงินทุนที่มหาศาล ซุปเปอร์เซนเตอร์ครบวงจรทั้งค้าส่งค้าปลีก ลงทุนมากกว่า 200 ล้านบาทขึ้นไปทั้งสิ้น แม้กระทั้งมินิมาร์ท ยังมีการลงทุนสูงถึงหลักล้าน ต่อสาขา ผู้ที่มองเห็นโอกาสของธุรกิจประเภทนี้หลาย ๆ คนจึงไม่สามารถมีส่วนแบ่งทางการตลาดจากค้าส่งค้าปลีกได้เลย จากส่วนแบ่งทางการตลาดที่สูงกว่าร้อยละ 45 นี้ จึงเสนอแนวคิดโครงการจับจ่ายอย่างฉลาด เปลี่ยนรายจ่ายมาเป็นรายรับ ซึ่งมีลักษณะการตลาดแบบใหม่ ลดขั้นตอนการส่งผ่านของส่วนแบ่งทางการตลาดลง โดยผู้บริโภคสามารถเข้าถึงหรือติดต่อสินค้ากับผู้ผลิตได้โดยตรง ไม่ส่งผ่านไปยังค้าส่งค้าปลีก ผู้บริโภคจึงมีสิทธิได้ส่วนลด ส่วนแบ่งทางการตลาดเอง นี้คือ การตลาดแบบเครือข่าย

(Network Marketing)

0 Responses to “อุปโภคบริโภค ขุมทรัพย์ที่ไม่มีวันหมด”



  1. ให้ความเห็น

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s





%d bloggers like this: