มีคนถามผมเสมอว่า ทำไมผมจึงแนะนำธุรกิจเครือข่ายให้กับคนทั่วไป ทั้ง ๆ ทีผมก็ไม่ได้ร่ำรวยขึ้นมาจากธุรกิจการตลาดแบบเครือข่ายสักหน่อย ผมมีเหตุผลอยู่หลายประการที่ทำเช่นนี้ และนี่แหละครับคือที่มาของหนังสือเล่มนี้
โอกาสที่ 1 : โอกาสในการเรียนรู้ธุรกิจที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตของคุณที่ไม่ใช่เรื่องเงิน
เมื่อเข้าไปรับฟังธุรกิจการตลาดแบบเครือข่าย ประโยคที่ผมมัก จะได้ยินค่อนข้างบ่อยก็คือ “เรามีแผนการตลาดที่ให้ผลตอบแทนสูงที่สุด” พวกเขามักจะเล่าถึงคนที่สามารถทำเงินได้ถึงหนึ่งแสนเหรียญต่อเดือนจากธุรกิจของเขาให้ฟังอย่างตื่นเต้น และผมก็ได้เคยพบกับคนเหล่านั้นจริง ๆ มาแล้วด้วย ผมจึงไม่มีความสงสัยในศักยภาพของการสร้างรายได้มากมายจากธุรกิจเครือข่ายเลย
โอกาสที่ 2: โอกาสในการเปลี่ยนมาอยู่ด้านขวาของเงินสี่ด้าน
แทนที่จะเป็นแค่เพียงเปลี่ยนงานคุณเคยได้ยินคนพูดประโยคต่อไปนี้บ่อยแค่ไหน “ผมเพียงแต่ต้องการหาอะไรใหม่ ๆ ทำและได้มีโอกาสพบกับคนกลุ่มใหม่ ๆ บ้าง ผมเบื่อที่จะต้องทำงานกับคนที่ไม่มีความกระตือรือร้นและก็ไม่มีเป้าหมายในชีวิต ผมเบื่อที่จะต้องทำงานกับคนที่ทำงานไปวัน ๆ แบบเช้าชามเย็นชามและไม่อยากที่จะทำงานกับบริษัทที่จ่ายเงินให้กับเราเพียงแค่ทำให้เราพออยู่ได้เท่านั้น”
โอกาสที่ 3 : โอกาสที่จะเข้าสู่ด้าน B(เจ้าของกิจการ) ด้วยต้นทุนในการเริ่มต้นและการดำเนินการต่ำกว่า
ในระหว่างที่ผมได้รับเชิญให้ไปบรรยายเกี่ยวกับเรื่องธุรกิจและการลงทุนให้กับผู้ฟังกลุ่มหนึ่งที่โบสถ์ ก็มีคนคนหนึ่งถามผมขึ้นว่า “ถ้าด้าน B ดีกว่าด้านอื่นมากถึงขนาดนี้ ทำไมคนส่วนใหญ่จึง ไม่เริ่มต้นกันที่ด้าน Bเสียเลย”
มันก็คงจะไม่ใช้เรื่องง่ายเลยที่จะตอบคำถามนี้ และถ้าจะตอบเอาแบบง่าย ๆ ว่า “เพราะต้นทุนมันสูง” คำตอบนี้ก็อาจจะไม่ได้ให้ความหมายถึงเรื่องต่าง ๆ อีกหลายเรื่องที่ครอบคลุมกว้างกว่าเรื่องของเงินมากที่เดียว มีปัจจัยอื่น ๆ อีกมากที่จะต้องทุ่มเทเข้าไปเพื่อสร้างธุรกิจในด้าน B นี้
โอกาสที่ 4 : โอกาสที่จะได้ลงทุนในธุรกิจประเภทเดียวกันกับที่คนรวยทำ
“ช่วยแนะนำผมหน่อยได้ไหมครับว่าจะมีวิธีลงทุนในอสังหาริม-ทรัพย์อย่างไรโดยที่ไม่ต้องใช้เงินดาวน์”? นี่เป็นตัวอย่างของคำถามที่ผมพบนับครั้งไม่ถ้วน ผมรู้ว่าการลงทุนแบบนี้ก็พอมีอยู่บ้าง แต่สิ่งที่ผมไม่เข้าใจและรู้สึกแปลกใจก็คือ ทำไมคนจึงมองหาแต่การลงทุนที่ไม่ต้องใช้เงินทุนแบบนี้มากมายเหลือเกิน ในที่สุดผมก็ได้พบคำตอบว่า เหตุที่คนเหล่านี้มองหาการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ที่ไม่ต้องใช้เงินดาวน์ก็เป็นเพราะว่าพวกเขาไม่มีอะไรเลยที่จะดาวน์นั่นเอง
โอกาสที่ 5 : โอกาสในการสร้างความฝันให้เป็นจริงพ่อรวยของผมเคยพูดว่า
“มีคนเป็นจำนวนมากที่ไม่มีความใฝ่ฝันอะไรเลย”“มีคนเป็นจำนวนมากที่ไม่มีความใฝ่ฝันอะไรเลย”
“เพราะอะไรเหรอครับ” ผมถาม
“ก็เพราะว่าความฝันเป็นสิ่งที่มีต้นทุน” ท่านตอบ
จุดประกายความใฝ่ฝัน
คิมภรรยาของผมและตัวผมเอง ได้มีโอกาสเข้าร่วมงานสังสรรค์ที่ผู้นำระดับสูงในธุรกิจเครือข่ายท่าน
หนึ่งจัดขึ้นที่คฤหาสน์ของเขาซึ้งมีพื้นทีถึง 17,000 ตารางฟุต ในโรงรถของเขาก็มีรถจอดอยู่ถึง 8 คัน และหนึ่ง
ในนั้นก็เป็นรถลิมูซีน นอกจากนี้ในโรงรถของเขาก็ยังมีบรรดาของเล่นของเขาเก็บอยู่ด้วย ตัวบ้านและของเล่น
ของเขาเป็นสิ่งที่ประทับใจผมที่เดียว แต่สิ่งที่ประทับใจผมมากที่สุดก็คือ ชื่อถนนที่บ้านเขาตั้งอยู่เป็นชื่อถนนโดย
ใช้ชื่อสกุลของเขา เขาตอบว่า “ง่ายมาก ผมบริจาคเงินสร้างโรงเรียนประชาบาล สร้างห้องสมุด ทางการก็เลยตั้งชื่อถนนให้เป็นเกียรติกับผม” คำตอบนั้นเองทำให้ผมรู้ว่าความฝันของเขานั้นใหญ่กว่าของผมมาก ผมยังไม่
เคยมีความฝันที่จะมีชื่อสกุลของผมเป็นชื่อถนน หรือบริจาคเงินเพื่อสร้างโรงเรียน สร้างห้องสมุดแบบนี้เลย เมื่อ
กลับจากบ้านของเขาในคืนวันนั้น ผมตระหนักดีว่าถึงเวลาแล้วที่ผมจะต้องเพิ่มขนาดความฝันของผมสักที
โอกาสที่ 6 : คุณค่าของธุรกิจเครือข่ายวัดด้วยอะไร
ในปี 1974 ซึ่งเป็นช่วงที่ผมกำลังทำงานอยู่กับบริษัทซีร็อกซ์ที่ฮาวาย ผมมีปัญหาเกี่ยวกับการขายเครื่องแฟกซ์ของซีร็อกซ์เพราะว่ามันเป็นสินค้าใหม่ และที่ยากไปกว่านั้นก็คือคำถามที่ว่า
“มีใครที่ซื้อเครื่องนี้ไปแล้วบ้าง ? พูดอีกนัยหนึ่งก็คือ ถึงคุณมีเครื่องแฟกซ์แต่ถ้าคนอื่นเขาไม่มีกัน ก็ไม่มีความหมายอะไร กล่าวคือคือเราจะต้องมีเครือข่ายของเครื่องแฟกซ์ แต่หลังจาก 10 ปีผ่านไป วันนี้มีผู้คนใช้เครื่องแฟกซ์ก็มีมากขึ้นกิจการทุกแห่งจะต้องมีเครื่องแฟกซ์อย่างน้อยหนึ่งเครื่อง คุณค่าของเครื่องแฟกซ์ยิ่งเพิ่มมากขึ้นเมื่อเครื่องแฟกซ์เกิดโยงใยกลายเป็นเครื่องข่ายขึ้นมา และการขายก็ทำได้ง่ายขึ้นอีกด้วย
โอกาสที่ 7 : คุณค่าที่คุณประเมินตัวเองจะเป็นตัวกำหนดสิ่งที่คุณเป็นได้อย่างไร
ระหว่างที่ผมกำลังบรรยายเรื่องการเริ่มต้นและการสร้างธุรกิจก็มีผู้เข้ารับการอบมรคนหนึ่งถามผมว่า
“ทำไมคุณค่าที่เราประเมินตัวเองจึงมีความสำคัญนัก?”
ผมเห็นว่าคำถามนี้เป็นคำถามที่สำคัญผมจึงได้ให้เวลากับการตอบคำถามนี้มากหน่อย และหลังจากที่ได้ใคร่ครวญสักครู่หนึ่งแล้วผมก็ตอบว่า “ก็เพราะว่าคุณค่าที่เราประเมินตัวเองจะเป็นตัวกำหนดสิ่งที่คุณเป็น
โอกาสที่ 8 : โอกาสในการพัฒนาทักษะผู้นำของคุณ
ผมยังจำได้ดีสมัยที่ผมเป็นเด็ก เฝ้ามองพ่อจนของผมยืนพูดอยู่บนเวทีด้วยความมั่นใจและจริงใจเพื่อกล่าวต้องรับบรรดาคุณครูที่เพิ่มได้รับการบรรจุเข้ามาอยู่ในเขตการศึกษาของท่านในแต่ละปี ผมมีความรู้สึกภูมิใจมากที่ได้เห็นว่าคุณครูทุกคนที่อยู่ในห้องนั่งฟังอย่างตั้งใจและหลายครั้งเช่นกัน ผมก็ได้มีโอกาสเฝ้าดูพ่อรวยของผมยืนพูดอยู่บนเวทีกับลูกจ้างนับร้อยในงานเลี้ยงสังสรรค์ของบริษัทของท่านนอกจากนี้ผมก็ยังเคยมีโอกาสนั่งอยุ่หลังห้องประชุมในขณะที่พ่อรวยของผมกำลังกล่าวคำปราศรัยเกี่ยวกับอดีต ปัจจุบัน และอนาคตของธุรกิจของท่านต่อคณะกรรมการบริหารและบรรดาพวกผู้ถือหุ้นรายใหญ่ในบริษัทของท่าน
เหตุที่ทำให้ธุรกิจการตลาดแบบเครือข่ายยังคงเติบโตต่อไป
อนาคตของธุรกิจการตลาดแบบเครือข่ายดูออกจะสดใสมากยิ่งขึ้น เพราะการเปลี่ยนแปลงทาง
เศรษฐกิจที่กำลังเกิดขึ้นในทุกวันนี้มีแนวโน้มที่จะช่วยผลักดันผู้คนให้เข้าสู่ธุรกิจ ขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยเหตุผลต่อไปนี้
1. ผู้คนต้องการที่จะมีอิสรภาพมากขึ้น
2. ผู้คนต้องการความร่ำรวยมากขึ้น
3. กองทุนเงินเกษียณอายุกำลังจะถูกยกเลิก
4. ผู้คนจะตระหนักมากขึ้น
5. โลกก็จะตื่นตัวขึ้น
6. การตกต่ำอาจจะไม่เกิดขึ้น
0 Responses to “ทำไมคุณ Robert T. Kiyosaki ถึงแนะนำธุรกิจเครือข่าย”